วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชาติที่ ๙ พระวิธุรบัณฑิต (หน้า ๕)


"ถูกแล้วพ่อมาณพ"  พระเจ้าโกรพย์ตรัสแล้วก็เข้าสู่โรงธรรมสภาให้หาวิธุรบัณฑิตมาทันที

ปุณณกยักษ์ถามวิธุรบัณฑิตว่า  "เกียรติศัพท์ของท่านโด่งดังนักว่า  ท่านเป็นผู้ทรงธรรม  ไม่พูดเท็จแม้เพื่อชีวิต  วันนี้ละเราจะได้ทราบความจริงว่า  คำเล่าลือนั้นจริงเท็จเพียงไหน ?"

"เชิญท่านถามตามประสงค์เถิด"  วิธุรบัณฑิตกล่าวอย่างปรกติ

"ท่านเป็นทาสของพระราชา หรือเสมอ หรือสูงกว่าพระราชา หรือว่าเป็นพระประยูรญาติ ?"  ปุณณกยักษ์เริ่มถาม

วิธุรบัณฑิต  "ดูก่อนมาณพ  เราเป็นทาสของพระราชาโดยกำเนิดทีเดียว  แต่พระราชาจะเป็นอย่างไรไปก็ตาม  เราก็จะต้องพูดจริงเสมอ  พระราชาจะพระราชทานข้าพเจ้าเป็นค่าพนันแก่ท่าน  ก็พึงพระราชทานโดยธรรม"

ปุณณกยักษ์ตบมือหัวร่อร่า  กล่าวด้วยความดีใจว่า  "วันนี้เราชนะ ๒ ครั้ง  วิธุรบัณฑิตได้ให้ความแจ่มแจ้งแก่เราแล้ว  แต่พระราชามิได้ตั้งอยู่ในธรรม  ไม่ยอมยกวิธุรบัณฑิตให้แก่ข้าพเจ้า"

พระราชาได้สดับดังนั้น  ทรงโทมนัสว่า  วิธุรบัณฑิตนี้ไม่เห็นแก่เราผู้มีคุณูปการะบ้างเลย  กลับไปเห็นแก่มาณพผู้ซึ่งเพิ่งจะพบเห็นกันเดี๋ยวนี้เอง  แล้วทรงพิโรธ  จึงตรัสแก่ปุณณกยักษ์ว่า  "ถ้าวิธุรบัณฑิตกล่าวเช่นนั้น  ท่านก็จงเอาไปเถิด"  แต่พอตรัสดังนั้นแล้วทรงดำริได้ว่า  "ถ้ามาณพนี้เอาวิธุรบัณฑิตไปเสียแล้ว  ก็ยากนักที่จะได้ฟังธรรมของเขาอีก  ถ้าอย่างไร  เราควรขอให้พักรออยู่ในเมืองนี้ชั่วคราวก่อน  พอจะได้ถามธรรมะบางอย่างดูบ้าง"  จึงตรัสว่า  "ท่านวิธุรบัณฑิต  เราใคร่จะได้ฟังธรรมของท่านอีก   ขอเชิญท่านแสดงแก่เราก่อน"

เมื่อวิธุรบัณฑิตพร้อมแล้ว  จึงตรัสถามฆราวาสธรรมเป็นใจความว่า  "ท่านวิธุระ  ผู้เป็นคฤหัสถ์อยู่ครองเรือน  จะประพฤติอย่างไร  จึงจะปลอดโปร่งจึงจะได้ชื่อว่าเป็นผู้สงเคราะห์ดี  เว้นจากความเบียดเบียน และมีคำสัตย์  เวลาจากโลกนี้ไปจะได้ไม่เศร้าโศก"

วิธุรบัณฑิต  "ผู้ครองเรือน  ไม่ควรคบหญิงสาธารณะเป็นภรรยา  ไม่ควรบริโภคอาหารมีรสอร่อยแต่ผู้เดียว  รักษาศีลและประพฤติตามทำนองคลองธรรม  รักษาวงศ์ตระกูลให้วัฒนาถาวร  ไม่ประมาทในกิจการทุกอย่าง  มีเหตุผลเป็นยุติธรรม  ไม่แข็งกระด้างต่อผู้ใหญ่  ไม่เย่อหยิ่งด้วยความทะนงตน  ประกอบแต่กิจที่เป็นสุจริตธรรม  พูดจาแต่ถ้อยคำที่น่าฟัง  ก่อให้เกิดไม่ตรี  สงเคราะห์ญาติมิตรตามสมควร  ให้ความช่วยเหลือทั้งในทางการงานและการเงินเท่าที่จะช่วยได้  ไม่ดูดาย  สมาคมกับผู้มีศีลเป็นพหูสูต  และปฏิบัติบำรุงสมณพราหมณ์เป็นนิตย์

"ผู้ครองเรือนปฏิบัติได้ดังนี้  จะได้ชื่อว่า  เป็นผู้ปลอดโปร่ง  เป็นผู้มีการสงเคราะห์ดี  ไม่มีการเบียดเบียน  มีคำสัตย์  และจะไม่ต้องเศร้าโศกในภายหน้า"

เมื่อวิธุรบัณฑิตแสดงจบลงแล้ว  ก็ลงจากธรรมาสน์ถวายความเคารพแก่พระราชา  พระราชาพร้อมด้วยราชา ๑๐๑  เสด็จกลับสู่พระราชนิเวศน์  วิธุรบัณฑิตก็จะกลับยังเคหาสน์ของตน  แต่ปุณณกยักษ์กล่าวว่า  "ท่านต้องไปกับข้าพเจ้า  เพราะพระราชาพระราชทานท่านให้แก่ข้าพเจ้าแล้ว  ท่านตกเป็นของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าเป็นนายของท่าน  ท่านจงปฏิบัติให้เป็นประโยชน์แก่นายของท่าน  วิสัยของบัณฑิตที่แท้จริง  ย่อมทำตนให้เป็นประโยชน์แก่เจ้านายของตน"

วิธุรบัณฑิตตอบว่า  "ดูก่อนมาณพ  ข้อนั้นข้าพเจ้าทราบดี  แต่ขอให้ท่านพักอยู่ในเรือนนี้สัก ๓ วันก่อน  แท้จริงข้าพเจ้าได้ทำประโยชน์ให้แก่ท่านมากอยู่ล้ว  เพราะข้าพเจ้าพูดความจริงที่เป็นประโยชน์แก่ท่านโดยไม่เห็นแก่พระราชา  ทำให้ท่านได้ตัวข้าพเจ้าโดยแท้จริง  ไม่ใช่โดยอย่างอื่น  ข้อนี้ท่านจงรู้เถิดว่า  ข้าพเจ้ามีคุณแก่ท่านมากแล้ว  เพราะเหตุนั้น  ท่านจงยับยั้งอยู่ก่อน  พอให้ข้าพเจ้าสั่งสอนบุตรภรรยาบ้าง"

ปุณณกยักษ์ฟังแล้วเห็นจริง  คิดว่า  "บัณฑิตนี้พูดจริง  มีบุญคุณแก่เรามากทีเดียว  แม้หากว่าจะให้เราพักอยู่ก่อนสัก ๗ วัน  หรือกึ่งเดือน  ก็ควรแท้"  คิดแล้วจึงกล่าวว่า  "ตามใจท่านเถิด  ท่านผู้เจริญ  ท่านจงสั่งสอนบุตรภรรยาของท่านเถิด  เผื่อว่าเมื่อท่านไปแล้ว  อยู่ข้างหลังจะได้มีความสุข"  พูดแล้วก็เข้าพักอยู่ในเรือนของวิธุรบัณฑิตนั้นเอง

วิธุรบัณฑิตได้ให้การต้อนรับปุณณกยักษ์เป็นอย่างดี  ให้พักในห้องโถงใหญ่อันสง่างาม  เพียบพร้อมด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งปวง  มอบนางบำเรอร่างงามดุจเทพกัญญาให้อยู่ปฏิบัตินวดฟั้นอย่างเพียงพอ  มิมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง  ตลอดจนการฟ้อนรำขับร้องดนตรี  เพื่อขับกล่อมให้รื่นรมย์ด้วย  แล้วตนเองก้ไปหานางอโนชาผู้ภริยา  แล้วบอกให้เรียกบุตรธิดามาพร้อมกัน

ทุกคนในบ้านของวิธุรบัณฑิตย่อมเต็มไปด้วยความเศร้าใจ  ได้มาประชุมพร้อมกันต่อหน้าบิดาด้วยใบหน้าที่นองน้ำตา  แม้วิธุรบัณฑิตเองก็ทนฝืนสะอื้นไว้มิได้  สวมกอดบุตรธิดาด้วยความอาลัยเป็นที่ยิ่ง  พอตั้งสติได้  จึงกล่าวว่า

"พระราชาได้พระราชทานตัวเราให้แก่มาณพผู้ชนะสกาเป็นค่าพนัน  เราจะมีโอกาสอยู่ในบ้านนี้อีกเพียง ๓ วันเท่านนั้น  จากนั้นก็จะต้องไปกับมาณพ  พ่อไม่อาจทราบได้ว่า  เขาจะพาไปไหนและจะทำอย่างไร  พ่ออยากจะสั่งสอนข้อปฏิบัติบางอย่างไว้  เพื่อจะได้เป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันพวกเจ้าให้มีความปลอดภัย  เมื่อพระราชาต้องการกัลยาณมิตรก็คงจะตรัสถามพวกเจ้าว่า  มีความรู้เกี่ยวกับธรรมด่าง ๆ  อะไรบ้าง  บิดาของเจ้าได้เคยสั่งสอนไว้อย่างไร  เมื่อพวกเจ้ากราบทูลที่พ่อสอนไว้  และถ้าพระองค์พอพระทัยจะตรัสว่า  พวกเจ้าจงมานั่งบนอาสนะเสมอกับเรานี่เถอะ  เจ้าจะต้องจำไว้ว่า   ราชสกุลนั้นจะมีผู้ใดตีเสมอมิได้เป็นอันขาด  เจ้าจะต้องกราบทูลว่า  'ขอพระองค์อย่าตรัสดังนั้นเลย  เพราะหากข้าพระองค์จะทำดังนั้น  ก็หาชอบด้วยประเพณีไม่  ตามธรรมดาสุนัขจิ้งจอกจะนั่งอาสนะเสมอกับราชสีห์ได้อย่างไร'  แล้วจงพากันนั่งอยู่ในที่เฝ้าตามสมควรแก่ฐานะของตน ๆ "

เมื่อวิธุรบัณฑิตกล่าวเตือนเช่นนั้นแล้ว  จึงบรรยาย  "ราชวสดีธรรม"  (ธรรมของข้าราชการ)


..............................

(ยังมีต่อ)















ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น