วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2557

ชาติที่ ๕ พระมโหสธ (หน้า ๔๓)

มโหสธเผยความลับ

มโหสธนั่งอยู่บนพลับพลากับพระเจ้าจุลนี  เห็นพระราชา  ๑๐๑  มากล่าวคำขอบคุณเชนนั้น  จึงกราบทูลว่า  "ข้าแต่พระราชาทั้งหลาย  พระองค์ทั้ง ๑๐๑  มิได้รอดพระชนม์เพราะข้าพระองค์ช่วยไว้แต่เพียงครั้งนี้เท่านั้น  ได้เคยช่วยมาก่อนแล้ว  พระเจ้าข้า"

พระราชาเหล่านั้นต่างทรงสนเทห์ว่า  มโหสธได้เคยช่วยเหลือไว้ตั้งแต่เมื่อไร  จึงตรัสถามว่า  "ท่านบัณฑิต  ท่านช่วยชีวิตพวกเราไว้เมื่อไร  บอกมาซิ ?"

มโหสธกราบทูลว่า  "พระองค์ทั้ง  ๑๐๑  ยังทรงจำได้หรือไม่  เมื่อครั้งพระเจ้าจุลนียึดราชสมบัติของพระองค์ทั้งหลายได้แล้ว  พาพระองค์ทั้ง  ๑๐๑  มาอุตรปัญจาลนคร  จัดแจงตั้งสุราไว้มากมายในสวนหลวง  หวังจะทำพิธีดื่มชัยบาน"

พระราชาเหล่านั้นรับว่า  "จำได้และยังจำได้ว่า  ท่านนำทหารมาทำลายพิธีนั้นอีกด้วย"

มโหสธกราบทูลว่า  "นั่นแหละพระเจ้าข้า  ที่ข้าพระพุทธเจ้าช่วยพระชนม์ของพระองค์ทั้งหมดไว้"

พระราชาเหล่านั้นตรัสถามว่า  "เรื่องเป็นอย่างไร  บัณฑิต  เชิญเล่าไปเถิด"

มโหสธกราบทูลว่า  "ขอเดชะ  พระเจ้าจุลนีกับเกวัฏคิดจะปลงพระชนม์พระองค์ทั้งหมดด้วยสุราเจือยาพิษที่จัดไว้  ข้าพระพุทธองค์ได้ทราบความนี้จากทูตทหารที่วางไว้ในเมืองปัญจาละนี้  จึงคิดว่า  เมื่อเรายังมีชีวิตอยู  ไม่ควรที่จะให้พระองค์ทั้งหลายต้องสิ้นพระชนม์ลง  เพราะความร้ายกาจของผู้ต้นคิดนี้เลย  เมื่อคิดดังนี้แล้ว  ข้าพระองค์จึงนำทหารมาให้ทำลายภาชนะเสียหมด  พระองค์ทั้งหลายก็มิได้ทรงดื่มสุราเหล่านั้น  จึงรอดพระชนม์อยู่ได้  เรื่องราวเป็นมาดังนี้แหละ  พระเจ้าขา"

พระราชาเหล่านั้น  เมื่อได้สดับคำของมโหสธ  ต่างก็สะดุ้งพระทัยหวาดเสียว  พระพักตร์เศร้า  กราบทูลถามพระเจ้าจุลนีว่า  "ขอเดชะ  ตามที่มโหสธพูดมานั้น  เป็นความจริงหรือไม่  พระเจ้าข้า"

พระเจ้าจุลนีตรัสว่า  "ที่ทำไปดังนั้น  เพราะเชื่อเกวัฏปุโรหิต  มโหสธพูดถูกแล้ว"

พระราชาเหล่านั้นต่างสวมกอดมโหสธ  แล้วตรัสว่า  "ท่านบัณฑิต   ท่านได้ช่วยชีวิตของพวกเราให้รอดมา  นับว่าท่านได้มีบุญคุณแก่พวกเรายิ่งนัก"  แล้วถอดราชาภรณ์บูชามโหสธ

มโหสธเห็หนพระเจ้าจุลนีมีพระพักตร์เศร้าหมอง  เพราะตนได้เปิดเผยความจริงให้ปรากฏแก่พระราชาเหล่านั้น  จึงกราบทูลให้ทรงหายพระวิตกว่า  "ข้าแต่มหาราช  พระองค์อย่าได้ทรงพระวิตกไปเลย  เรื่องที่พระองค์ทรงทำไปนั้น  ก็เพราะโทษของการส้องเสพด้วยมิตรลามกนั้นเอง  ขอพระองค์ทรงให้พระราชาเหล่านั้นอโหสิเรื่องที่ล่วงมาแล้วเสียเถิด"

พระเจ้าจุลนีรับสั่งกับพระราชาเหล่านั้นว่า  "ข้าพเจ้าได้ทำกรรมชั่วไปในครั้งนั้น  ก็เพราะอาศัยคนชั่วนั้น เป็นความผิดของข้าพเจ้า  ขอท่านทั้งหลายจงอโหสิแก่ข้าพเจ้าเถิด  ข้าพเจ้าจักไม่ทำกรรมเช่นนี้อีก"

พระราชาเหล่านั้นต่างก็ทูลอโหสิแก่พระเจ้าจุลนี  แล้วแสดงความยินดีชื่นชมต่อกัน

พระเจ้าจุลนีจัดให้มีการเลี้ยงดู  มีดนตรี  มหรสพ  ภายในอุโมงค์นั้นเป็นเวลา  ๗  วัน  แล้วเสด็จเข้าสู่พระนคร


.....................................


จากหนังสิอ   ทศชาติชาดก  (พระเจ้าสิบชาติ)
โดย  แปลก  สนนธิรักษ์











วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ชาติที่ ๕ พระมโหสธ (หน้า ๔๒)


มโหสธขู่พระเจ้าจุลนี

มโหสธเมื่อเห็นพระเจ้าจุลนีเสด็จออกจากอุโมงค์  จึงรีบตามออกมาบ้าง  แล้วปิดประตูอุโมงค์เหยียบสลักยนต์  ประตูทั้งหมดตลอดโคมประทีปก็ปิดพร้อมกัน

มโหสธคุ้ยดาบที่ตนฝังไว้เมื่อวันก่อน  หยิบขึ้นมา  โดดเข้าจับพระหัตถ์พระเจ้าจุลนี  เงื้อดาบตั้งท่าจะฟาดฟันบั่นเศียรพระเจ้าจุลนีให้ทรงตกพระทัย  แล้วทูลถามว่า  "ข้าแต่พระองค์  ราชสมบัติในสกลชมพูทีปเป็นของใคร ?"

พระเจ้าจุลนีตรัสอย่่างเลื่อนลอยว่า  "เป็นของเจ้า  เจ้าจงอภัยแก่เราเถิด  เราไม่ต้องการราชสมบัติ  ขอแต่ชีวิตไว้เท่านั้น"

มโหสธเห็นพระเจ้าจุลนีทรงหมดขัตติยมานะอย่างสิ้นเชิงแล้ว  จึงตรงเข้าไปกราบทูลว่า  "ข้าแต่พระองค์ ขอพระองค์อย่าได้ทรงตกพระทัยไปลย  ข้าพระพุทธเจ้าไม่ปลงพระชน์ของพระองค์แล้ว  ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายดาบนี้แด่พระองค์"  ทูลแล้วมโหสธก็ถวายดาบต่อพระหัตถ์พระเจ้าจุลนี  แล้วกราบทูลต่อไปว่า  "ขอเดชะ  หากพระองค์ทรงปรารถนาจะฆ่าพระองค์  ก็ขอให้ทรงฆ่าด้วยดาบเล่มนี้  แต่ถ้าทรงปรารถนาจะพระราชทานอภัย  ก็ขอได้ทรงพระราชทานอภัยเถิด  พระเจ้าข้า"

พระเจ้าจุลนีทรงเห็นใจมโหสธมากที่ถวายดาบแด่พระองค์  จึงตรัสว่า  "ดูก่อนมโหสธบัณฑิต  เราให้อภัยแก่เจ้า  เจ้าจงลุกขึ้นมาเถิด"

พระเจ้าจุลนีกับมโหสธ  ต่างก็จับดาบกระทำสัตย์ปฏิญาณสาบานว่า  จะไม่ประทุษร้ายต่อกัน

พระเจ้าจุลนีจรัสกะมโหสธว่า  "ท่านบัณฑิต   ท่านก็มีกำลังสติปัญญามากถึงเพียงนี้  เหตุไฉนจึงไม่คิดเอาราชสมบัติเสีย"

มโหสธกราบทูลว่า  "ขอเดชะ  หากข้าพระพุทธเจ้าประสงค์จะเอาราชสมบัติ  ก็จะฆ่าพระราชาในสกลชมพูทวีปเสียในวันนี้  แต่ข้าพระพุทธเจ้าทำอย่างนั้นไม่ได้  เพราะการทำลายผู้อื่นเพื่อหวังทรัพย์และยศแก่ตนนั้น  นักปราชญ์ไม่สรรเสริญเลย  พระเจ้าข้า"  ทูลแล้วมโหสธก็เปิดประตูอุโมงค์ให้ผู้ติดตตามเสด็จออก  ภายในอุโมงค์ก็สว่างไสว  บรรดาผู้ติดอยู่ในอุโมงค์ต่างก็ดีใจ  ออกจากอุโมงค์ตรงเข้าไปแสดงความขอบคุณต่อมโหสธ  ที่ปล่อยให้พวกเขาาได้รอดชีวิตออกมาได้


...................................


จากหนังสือ  ทศชาติชาดก  (พระเจ้าสิบชาติ)
โดย  แปลก  สนธิรักษ์