วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ชาติที่ ๕ พระมโหสธ (หน้า ๔๗)


มโหสธไปรับราชการกับพระจุลนี

พระเจ้าวิเทหราชทรงมีพระราชโอรสกับพระนางปัญจาลจันที ๑ องค์  หลังจากที่ได้ทรงอยู่ร่วมกันมา ๒ ปี  เมื่อพระราชโอรสมีพระชนม์ได้ ๑๐ พรรษา  พระเจ้าวิเทหราชก็สวรรคต

พระราชโอรสผู้ทรงเป็นรัชทายาท  ก็ได้ทรงครองราชสมบัติสืบต่อจากพระชนก

มโหสธระลึกถึงคำปฏิญาณของตนที่ได้ถวายไว้แด่พระเจ้าจุลนีว่า  หากว่า  พระเจ้าวิเทหราชสวรรคต  และตนยังมีชีวิตอยู่  จะไปรับราชการ ณ ราชสำนักของพระเจ้าจุลนีแห่งอุตรปัญจาลนคร  เพื่อรักษาสัตย์ปฏิญาณนั้น  มโหสธจึงได้เข้าเฝ้าพระราชกุมารราชา  กราบทูลว่า  "ขอเดชะ  ข้าพระพุทธเจ้าได้ถวายสัตย์ปฏิญาณแด่พระจ้าจุลนี  พระอัยกาของพระองค์ว่า  เมื่อพระเจ้าวิเทหราชสวรรคตแล้ว  จักไปรับราชการ ณ อุตรปัญจาลนคร  เพื่อรักษาสัตย์ปกิญาณนั้น

พระราชกุมารทรงดำริว่า  "มโหสธรักษาสัตย์ปฏิญาณที่ได้ถวายไว้แด่พระอัยกาของเรา  หากจะห้ามก็คงไม่สำเร็จ  เพราะมโหสธเคารพในความสัตย์ยิ่งกว่าชีวิต"  ครั้นดำริดังนี้แล้ว  จึงตรัสว่า  "ท่านบัณฑิตไปเถิด  ไปอยู่กับพระอัยกา  แต่ขอให้ไปมาหาสู่ข้าพเจ้าบ้าง"

มโหสธ  เมื่อได้รับราชานุญาตจากพระกุมารราชาแล้ว  จึงกราบถวายบังคมลาออกมา  พอถึงเวลา
กำหนดก็พาคณะของตนเดินทางออกจากมิถิลานครไปสู่อุตรปัญจาลนคร

พระเจ้าจุลนีเมื่อทรงทราบว่า  มโหสธเดินทางมาถึงอุตรปัญจาลนคร  จึงตั้งกองต้อนรับนำมโหสธเข้าสู่พระนคร  พระราชทานบ้านให้มโหสธอยู่พร้อมด้วยคณะที่ติดตามมา  มโหสธรับราชการกับพระเจ้าจุลนี ด้วยความซื่อสัตยเป็นผาสุกตลอดมา


.................................


จาก   หนังสือทศชาติชาดก  (พระเจ้าสิบชาติ)
โดย   แปลก  สนธิรักษ์

วันเสาร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ชาติที่ ๕ พระมโหสธ (หน้า ๔๖)


ส่งกษัตริย์ทั้งสามกลับอุตรปัญจาลนคร

ชาวพระนครตลอดจนชาวชนบท  เมื่อได้ฟังประกาศต่างก็สนุกสนานกัน  ได้ยกธงติดตั้งโดยทั่วไป

ฝ่ายใน  ซึ่งมีพระนางอุทุมพรราชเทวีเป็นกรรมการ  ก็ได้นำอาหารมาให้มโหสธ  พร้อมด้วยผู้ติดตามมาจากอุตรปัญจาลนคร

มโหสธได้ไปยังราชสำนักเป็นวันสุดท้ายของงการเล่นมหรสพ  เข้าไปกราบทูลพระราชา  "ข้าแต่สมมติเทพ  ควรที่พระองค์จะส่งพระราชชนนี พระราชเทวี  และพระราชโอรสของพระเจ้าจุลนี  กลับไปอุตรปัญ
จาลนครโดยเร็วเถิด  พระเจ้าข้า"

พระเจ้าวิเทหราชตรัสว่า  "ดีละพ่อมโหสธ  เจ้าจงจัดการส่งไปเถิด"

มโหสธได้จัดส่งเสด็จกษัตริย์ทั้งสามกลับอุตรปัญจาลนคร  ทั้งได้มอบภรรยา  ๑๐๐  คน  ทาสหญิง  ๔๐๐  คน  ที่พระเจ้าจุลนีพระราชทานแก่ตน  ถวายพระนางนันทาเทวีไปด้วย

พระนางนันทาเทวีทรงดีพระทัยที่จะได้กลับไปหาพระสวามี  แต่ก็ทรงเศร้าพระทัยที่จะต้องจากพระราชธิดา  พระนางได้สวมกอดพระธิดาจุมพิตพระเศียร  แล้วตรัสลาด้วยความอาลัยว่า  "ลูกหญิงของแม่  แม่ลาละนะ  ลูกอยู่ทางนี้จงทำตนให้เป็นที่รักของพระเจ้าวิเทหราชพระสวามีเถิดนะลูก"  ตรัสแล้วก็ทรงกรรแสงคร่ำครวญแทบขาดพระทัย

ฝ่ายพระนางปัญจาลจันที  ทรงกราบพระราชมารดาแล้ว  ก็ทรงโศกากรรแสงไห้  ตรัสอะไรไม่ออก  เมื่อกษัตริย์ทั้งสามเสด็จออกจากพระนคร  มีผู้ไปส่งเสด็จกันมากมาย  จนพ้นเขตมิถิลา  ผู้ไปส่งเสด็จจึงกลับ

พระจุลนีพรหมทัตทรงดีพระทัยที่ได้เห็นพระราชชนนี  พระมเหสีและพระราชบุตรกลับมา  ได้ตรัสสนทนากับพระราชชนนีว่า  "ข้าแต่พระมารดา  พระเจ้าวิเทหราชทรงปฏิบัติแก่มารดาอย่างไรบ้าง  หรือทรงเบียดเบียนให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างไรบ้าง ?"

พระนางสลากเทวีราชชนนีตรัสตอบว่า  "ตรัสอะไรอย่างนั้นลูก  พระเจ้าวิเทหราชปฏิบัติแก่มารดาเหมือนปฏิบัติแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่ควรแก่สักการบูชา  ปฏิบัติแก่นันทาเทวีเหมือนเป็นพระราชมารดา  ปฏิบัติแก่พ่อปัญจาลจันทกุมารเหมือนราชกนิกฐภาดา"

พระเจ้าจุลนีได้สดับพระราชมารดารับสั่ง ก็ทรงยินดียิ่งนัก  ได้ทรงส่งบรรณาการไปถวายพระเจ้าวิเทหราชเป็นอันมาก

ตั้งแต่นั้นมา  กษัตริย์ทั้งสองพระนครก็เชื่อมสัมพันธไมตรีต่อกันด้วยความพร้อมเพรียงชื่นชม  โดยสวัสดิภาพตลดมา.


...................................


จาก   หนังสือทศชาติชาดก  (พระเจ้าสิบชาติ)
โดย   แปลก  สนธิรักษ์